ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับไทย

ภาพรวม

           ไทยกับญี่ปุ่นสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตั้งแต่ปี 2430 และความสัมพันธ์ได้พัฒนาสู่ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เมื่อปี 2548 ความสัมพันธ์ตั้งแต่ระดับราชวงศ์ถึงระดับประชาชนมีความใกล้ชิด ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 - 6 มี.ค. 2560 สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นพระองค์ก่อนเสด็จฯ เยือนไทยเพื่อทรงถวายราชสักการะพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ
เจ้าชายอากิชิโนะแห่งญี่ปุ่น (พระอิสริยยศในขณะนั้น) และพระชายา ได้เสด็จเยือนไทยเพื่อทรงเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เมื่อวันที่
26 - 27 ต.ค. 2560 ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 - 15 ธ.ค. 2561 เจ้าชายอากิชิโนะ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้เสด็จเยือนไทยเพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยพระชายา ซึ่งได้เสด็จเยือนไทยเพื่อทรงเข้าร่วมการสัมมนาวิชาการอนามัยแม่และเด็ก

ไทยและญี่ปุ่นครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อปี 2560

ด้านการเมือง

             ญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอาเซียน มีจุดยืนและค่านิยมในประเด็นระหว่างประเทศที่ใกล้เคียงและสอดคล้องกับญี่ปุ่น ที่ผ่านมา ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ใกล้ชิด โดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและดับสูงอย่างเสม่ำเสมอ

            จนถึงปัจจุบัน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนายอาเบะ ชินโซ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น 11 ครั้ง ในช่วงเดือน ก.พ. 2558 – พ.ย. 2562  โดยในห้วงดังกล่าวนายกรัฐมนตรีเยือนญี่ปุ่น 6 ครั้ง ขณะที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเยือนไทย 1 ครั้ง นอกจากนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้เดินทางเยือนญี่ปุ่นทั้งกรุงโตเกียวและท้องถิ่นของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูง ไทย - ญี่ปุ่น (HLJC) กับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น 4 ครั้ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายได้พบหารือกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยนายโมเทกิ โทชิมิทสึ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ได้พบหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ในห้วงการเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2563 และในห้วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและญี่ปุ่นได้หารือกันทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. และ 18 มิ.ย. 2563

            นอกจากนี้ ไทยและญี่ปุ่นยังมีกรอบการหารือด้านการเมืองที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมหุ้นส่วนการเมืองไทย - ญี่ปุ่น (Japan - Thailand Political Partnership Consultation - JTPPC) ระดับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ/รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสานท่าที โดยเฉพาะในประเด็นพัฒนาการการเมืองในภูมิภาค การประชุมระดับอธิบดีกรมเอเชียตะวันออกของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการประชุมทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคงไทย - ญี่ปุ่น (Thailand - Japan Politico-Military/Military-Military Consultations: PM/MM) ในระดับรองอธิบดีของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่าย เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะในด้านการเมืองระหว่างประเทศและความมั่นคง/การทหาร รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ การแพทย์ทหาร

           ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการหารือกับไทยในประเด็นภูมิภาคที่เห็นว่าไทยจะสนับสนุนญี่ปุ่นได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีและสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคและพหุภาคี

ด้านเศรษฐกิจ

การค้า

ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าลำดับที่ 2 ของไทย โดยในปี 2562 การค้ารวมมีมูลค่า 57,779.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 4.01) คิดเป็นการส่งออก 24,557.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้า 33,221.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุลทางการค้า 8,663.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

การลงทุน

ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ 1 ของไทย มีบริษัทญี่ปุ่นจดทะเบียนในไทยประมาณ 15,000 ราย และดำเนินธุรกิจ 7,544 ราย ญี่ปุ่นให้ความสำคัญลำดับต้นกับไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจาก (1) เป็นฐานการลงทุน ศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าที่สำคัญในภูมิภาค โดยญี่ปุ่นใช้รูปแบบลงทุน “Thailand+1” เพื่อใช้ไทยเป็นฐานในการขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นการกระจายความเสี่ยงการลงทุนในไทยไปในตัว (2) ศักยภาพของไทยในการส่งเสริมและขยายประโยชน์ของญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียน และร่วมกับญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาประเทศที่สาม โดยเฉพาะประเทศในลุ่มน้ำโขง รวมถึงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สำคัญของญี่ปุ่น

การท่องเที่ยว

เมื่อ 1 ก.ค. 2556 ญี่ปุ่นประกาศยกเว้นวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวไทยเป็นเวลา 3 ปี และได้ขยายอายุไปอีก 3 ปีมาแล้ว 2 ครั้ง โดยการขยายอายุครั้งล่าสุดจะหมดวาระปี 2565 อย่างไรก็ดี ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ญี่ปุ่นได้ระงับมาตรการยกเว้นวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวไทย โดยจะพิจารณาผ่อนปรนตามการประเมินสถานการณ์ของการแพร่ระบาดต่อไป ในปี 2562 นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 1.32 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 16.5 มากเป็นอันดับ 6 รองจากจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และสหรัฐฯ ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทย 1.81 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.07 จากปีก่อนหน้า มากเป็นอันดับ 5 รองจากจีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และ สปป. ลาว อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันของไทยและญี่ปุ่นจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2563

ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (JTEPA) 

ไทยและญี่ปุ่นมีการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างกัน โดย JTEPA มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2550 ครอบคลุมการค้าสินค้า
กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีการศุลกากร การค้าไร้กระดาษ การยอมรับร่วมกัน การค้าบริการ การลงทุน
 การเคลื่อนย้ายของบุคคลธรรมดา ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การแข่งขันทางการค้า และความร่วมมือ

ความร่วมมือในด้านอื่น ๆ

ไทยและญี่ปุ่นยังดำเนินความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ได้แก่ ความร่วมมือด้านระบบราง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ความร่วมมือในการเสริมสร้างศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจ
เริ่มต้น (
Startup) ความร่วมมือในด้านเกษตรและอาหาร ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัล รวมทั้งความร่วมมือในด้านสาธารณสุข  

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไทยได้ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษในการดึงดูดการลงทุนจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะที่สูงขึ้น อุตสาหกรรมเป้าหมายสาขาเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ใน EEC ความร่วมมือด้าน R&D นวัตกรรมการเกษตร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) 

ด้านอื่นๆ

          ไทยและญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนด้านสังคมและวัฒนธรรมเนื่องจากทั้งสองประเทศมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและเป็นเครื่องมือสำคัญในการประชาสัมพันธ์ประเทศ เมื่อปี 2517 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดสำนักงาน Japan Foundation เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อ Japan Foundation, Bangkok โดยดำเนินกิจกรรมด้านการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมการสอนภาษาญี่ปุ่น และการแลกเปลี่ยนด้านญี่ปุ่นศึกษา นอกจากนี้ ยังมีสมาคมและองค์กรที่ทำหน้าที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่นอีกหลายแห่ง เช่น สมาคมไทย - ญี่ปุ่น สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย - ญี่ปุ่น)  

ไทยยังได้จัดตั้งมูลนิธิไทย (Thailand Foundation) เพื่อเป็นกลไกในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย อาทิ มวยไทย อาหารไทย และจัดฉายภาพยนตร์ไทย อีกทั้งยังมีองค์กรอื่น ๆ ในญี่ปุ่นที่ร่วมทำหน้าที่นี้ด้วย เช่น ชมรมไทย ฮอกไกโด สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมญี่ปุ่น - ไทย (Japan - Thailand Association) และสมาคมวัฒนธรรมญี่ปุ่น - ไทย (Japan - Thailand Culture Association) ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นให้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2512 เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้กับชาวญี่ปุ่น